Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
ชุมชน บ้านกลอนไทย
21 ตุลาคม 2019, 09:55:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์  (อ่าน 19536 ครั้ง)
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« เมื่อ: 23 ตุลาคม 2018, 09:53:AM »

         ซึ้งจัง ซึ้งจัง

อักษราวรรณศิลป์ปิ่นกวี รัชกาลที่ ๕


เห่ชมโฉม
       ยลพักตร์ผิวผ่องเพี้ยง           ศศิธร
สบเนตรยิ่งคมศร                         บาดช้ำ
ฟังเสียงสุดอาวรณ์                       หวังสวาท
งามท่วนล้วนลักษณ์ล้ำ                 แหล่งหล้าหาไหน
       ยลพักตร์ผิวผ่องผุด               งามบริสุทธิ์เล่ห์จันทร 
สบเนตรเนตรยิ่งศร                      รอนจิตช้ำล้ำเหลือคม
       พิศขนงวงดังวาด                   นาสิกผาดพองามสม
พิศปรางปรางน่าชม                      ปรางทองเปรียบไม่เทียบทัน
       พิศโอฐโอฐแฉล้ม                    ยามยิ้มแย้มเห็นรายฟัน
ดำขลับยับเป็นมัน                          ผันพักตร์เยื้อนเอื้อนอายองค์

(กาพย์เห่เรือ : ทรงพระราชนิพนธ์รวม ๔ บท คือ บทชมสวน ชมไม้ ชมนก และชมโฉม
เพื่อใช้เห่เรือหลวงเวลาเสด็จลงลอยพระประทีปเท่านั้น)   
 



โคลง ๔
       ฝูงชนกำเนิดคล้าย             คลึงกัน
 ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ            แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน                   กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง                     อ่อนแก้ฤๅไหว
        ความรู้คู่เปรียบด้วย           กำลัง  กายเฮย
สุจริตคือเกราะบัง                      ศาสตร์พ้อง
ปัญญาประดุจดัง                       อาวุธ
กุมสติต่างโล่ป้อง                       อาจแกล้วกลางสนาม 

(ประชุมโคลงสุภาษิต : ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ
และพิมพ์ลงในหนังสือ)


ชมกระบวนรถไฟซึ่งเป็นพาหนะชนิดใหม่และการส่งจดหมายทางไปรษณีย์แบบใหม่ในสมัยนั้น

       รถเอยรถกลไฟ                       ถึงไม่ใช่เทียมสัตว์ไม่ขัดขวาง
แล่นฉิวดังปลิวในนภางค์               ไปตามรางเหล็กไว้รับล้อ
รถหน้านั้นเป็นรถเครื่องจักร          พอโยกหลักเดินหน้าก็มาปร๋อ
เพราะก้านสูบลูกเล็กติดลูกล้อ         สติมออกจากหม้อให้สูบพัด
คนที่ไปอยู่ในรถที่พ่วง                    โยงติดพวงเป็นระนาวยาวถนัด
รถสลูนกลางย่านสำราญชัด            เป็นที่สำหรับกษัตริย์เสด็จลง

         บัดนั้น                                      ไปรษณีย์บุรุษคนขยัน
ถึงเวลาก็มาไขตู้นั้น                            หยิบหนังสือพิมพ์พลันถือไป
         ครั้นถึงออฟฟิซมิทันนาน         ส่งเจ้าพนักงานยิ่งใหญ่
ชั่งตรวจสอบแสตมป์ด้วยว่องไว        ตีตราดำส่งให้คนไปรษณีย์


ต้อนรับแขกเมือง

         เมื่อนั้น                                เทวราชรัศมีเฉิดฉัน
วางวิ่งไปรับฉับพลัน                    กอดโยเสพนั้นด้วยยินดี
แลเห็นกวินไวท์โฉมยง                 พระทรงคำนับมารศรี
นางยื่นหัตถ์ให้ภูมี                        จับหัตถ์เทวีก้มจนงอ


การรักษาโรคแบบสมัยใหม่

       บัดนั้น                                   กัปตันครั้นเห็นก็ใจหาย
เรียกหาดอกเตอร์อยู่วุ่นวาย          ไพร่นายอุตลุดช่วยกัน
ถอดเครื่องติดตัวที่ติดอยู่               เห็นร้องวู้วู้หนาวสั่น
เองบาแลงเก็ตหนาเข้ามาพัน         เรียกยาแก้เมานั้นมาให้กิน


(วงศ์เทวราช : ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้เป็นกลอนบทละคร
เพื่อล้อคนแต่งคนเดิมและบุคคลอื่น ๆ ในสมัยนั้น
ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษแทรกเพื่อให้ขบขัน)


         

เคารพรัก


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :

รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ตุลาคม 2018, 07:06:PM โดย พี.พูนสุข » บันทึกการเข้า

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s