พิมพ์หน้านี้ - ผาแต้มและชนเผ่าบรู

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนประวัติศาสตร์ => ข้อความที่เริ่มโดย: อริญชย์ ที่ 30 มีนาคม 2012, 12:35:PM



หัวข้อ: ผาแต้มและชนเผ่าบรู
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 30 มีนาคม 2012, 12:35:PM
(http://www.isanfair.com/cp/img/isanfair4345_pic.jpg)

      ผาแต้มและชนเผ่าบรู

ผาแต้มงามเรืองรองชนท้องถิ่น
ในผาหินมีภาพทอทาบฝัน
จารสลักนานาสาระพัน
อัศจรรย์ภาพงามอร่ามตา

ชนเผ่าบรูพื้นบ้านสืบสานศาสตร์
ธรรมชาติเจือจุนมากคุณค่า
ตามแบบอย่างวิถีเคยมีมา
ทำไร่นาสุขกายสบายใจ

โขงเจียมมีสายน้ำโขงเชื่อมโยงจิต
สัมพันธ์มิตรภาพอิงความยิ่งใหญ่
เป็นพี่น้องมานานเนาฝั่งลาวไทย
ยึดมั่นในประเพณีอันดีงาม

ยามเช้าดวงตะวันเฉิดฉันฉาย
ชาวบรูได้เห็นก่อนใครในสยาม
ผองชนท่องเที่ยวมาชมฟ้าคราม
รอถึงยามเช้าเฉิดฉันตะวันทอง

ผาแต้มมีความงามวิวน้ำตก
ป่าเขียวรกปกภูสัตว์กู่ก้อง
เสาเฉลียงปู่ย่าล้วนน่ามอง
มีครรลองชนพื้นบ้านมานานเอย ฯ

                  อริญชย์
              ๓๐/๓/๒๕๕๕


http://www.youtube.com/watch?v=m5tbPoN4UAE






ตัวอย่างภาษาบรู - กวยเอิด กวยจา (ขอให้มีความสุข)

- แซมซาย แอมอาย (แด่พี่น้องที่มาเยือน)

- เจาเนียย กูนะประไดน์ (และเจ้านายทุก ๆ คน)

- มาเยียย เตอะแมะ (ผู้มาเยี่ยมมาเยือน)

- วียเลย์ปะไฮน์ หมั่นยืนเด้อ (ขอให้มีความสุข ความเจริญตลอดไป)  



http://www.isanfair.com/ViewSubject.php?did=3346&sid=6 (http://www.isanfair.com/ViewSubject.php?did=3346&sid=6)



ไปๆมาๆ ภาษาบรู กับ ภาษาโส้ (ในกระทู้ "โส้รำลึก" นี่ก็ใกล้เคียงกันนะทุกท่าน)  ดูการนับเลขในกระทู้ก็ได้ฮะ  สรุปแล้วก็ภาษาตระกูลมอญ-เขมรอันเดียวกันนั่นเอง  



ภาษาบรู     

Notice: Undefined variable: return in /var/www/vhosts/mapculture.org/httpdocs/mambo/index.php on line 47
14 พ.ย. 2006 16:04น. 
ภาษาบรู


บรูเป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในประเทศไทย มีเฉพาะใน จ.อุบลราชธานี และเป้นชื่อเรียกภาษาอีกด้วย

ภาษาบรูจัดอยู่ในกลุ่มมอญ-เขมรเช่นเดียวกับภาษากูย (หรือส่วย) ดังนั้น ภาษาบรูจึงคล้ายกับส่วยหรือกูยมาก โดยเฉพาะศัพท์ต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้เหมือนกันแต่แตกต่างกันในการผสมคำ (ม.มหิดลกับสถาบันราชภัฎอุบลราชธานีได้ศึกษาไว้)   


ภาษาบรูมีเฉพาะภาษาพูดเท่านั้น  ไม่มีภาษาเขียน  การออกเสียงเป็นลักษณะเฉพาะเช่น “ร” นิยมออกเสียงในระดับต่ำกว่า ร ภาษาไทย  ตัวพยัญชนะ “ต”และ “ท”  ใช้ร่วมกันเพียงตัวเดียวโดยออกเสียงเป็นเสียงกลางๆระหว่างพยัญชนะทั้งสองเช่นเดียวกับ “ก”และ “ค” เป็นต้น  เช่น
ศรีษะ (เปรอ)         ฟัน (กะแนง)            ตา (มั๊ด)            เท้า (อาเยิง) 
มือ (อาเตย)          ปาก (แป๊ะ)              ควาย (ตะเรี๊ยะ)     หมู (อะลี้) 
คนลาว (เลียว)        เกลือ (บอย)            น้ำ (เด่อะ)          ข้าว (โด็ย) 
ข้าวเหนียว (โด๊ยดิ๊บ)  ข้าวจ้าว (โด๊ยกะซาย)   เรือ (ทั๊วะ)          ฯลฯ

ส่วนการนับเลข  ไม่มีเลข 0 ในการนับ เช่น
1 (มวย)          2 (บารร)               3 (ไป)                4 (โปน) 
5 (เซิง)           6 (ตะปรั๊ด)            7 (ตะปูลล)            8 (ตะกวลล) 
9 (ตะเก๊ะ)        10 (มันจิ๊ด)            11 (มันจิ๊ดละมวย)    12 (มันจิ๊ดละบารร) 
20 (บารรละจิ๊ด)  21 (บารรจิ๊ดละมวย)   22 (บารรจิ๊ดละบารร) 100 (มวยกะแซ) 
1,000 (มันจิ๊ดกะแซ)      10,000 (มันจิ๊ดมันจิ๊ดกะแซ)

 

ภาษาบรูนับวันจะสูญสลายไปด้วยเหตุที่เด็กรุ่นใหม่นิยมพูดภาษาไทยอีสาน (สำเนียงลาวอุบลราชธานี) ปัจจุบันเหลือหมู่บ้านที่พูดภาษาบรูอยู่ 2 แห่งคือ บ้านท่าล้ง หมู่ 5 ต.ห้วยไผ่ และบ้านเวินบึก หมู่ที่ 8 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม
 


หัวข้อ: Re: ผาแต้มและชนเผ่าบรู
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 30 มีนาคม 2012, 01:51:PM
  คำในภาษาโส้ที่ใกล้เคียงกับภาษาบรูก็มีดังนี้

ภาษาโส้ (เทียบกับภาษาบรูข้างบนเองนะ)

มั๊ด=ตา
ยืง=เท้า
อะลีก=หมู
เด๊อะ=น้ำ   (งวดเด๊อะ  ดื่มน้ำ)


ส่วน "ข้าว"  ในภาษาโส้

ใช้คำว่า อะวะ (เจียอะวะ  แปลว่า กินข้าว)

ภาษาบรู ใช้คำออกทางส่วย

คือ โด๊ย (จาโด๊ย แปลว่า กินข้าว)


การนับเลขในภาษาบรูก็คล้ายภาษาโส้ คือ

ส่วนการนับเลข(ของบรู)  ไม่มีเลข 0 ในการนับ เช่น
1 (มวย)          2 (บารร)               3 (ไป)                4 (โปน) 
5 (เซิง)           6 (ตะปรั๊ด)            7 (ตะปูลล)            8 (ตะกวลล) 
9 (ตะเก๊ะ)        10 (มันจิ๊ด)            11 (มันจิ๊ดละมวย)    12 (มันจิ๊ดละบารร) 
20 (บารรละจิ๊ด)  21 (บารรจิ๊ดละมวย)   22 (บารรจิ๊ดละบารร) 100 (มวยกะแซ) 
1,000 (มันจิ๊ดกะแซ)      10,000 (มันจิ๊ดมันจิ๊ดกะแซ)


ภาษาโส้ก็นับว่า

มวย(1)  บาร(2)   ไป(3)   ปูน (4)  ซืง(5)  (จำได้เท่านี้แหละ) ต่างกันนิดหน่อยเน๊าะ



ก็ถึอว่า ใกล้เคียงกันอยู่นะ 






ปล.ได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นแบบนี้ ชอบหลายเน้อ

 emo_107 emo_60 emo_107


กระทู้ "โส้รำลึก"

http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=19734.0 (http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=19734.0)


หัวข้อ: Re: ผาแต้มและชนเผ่าบรู
เริ่มหัวข้อโดย: --ณัชชา-- ที่ 30 มีนาคม 2012, 02:48:PM

โขงสีปูนมูลสีครามงดงามเหลือ
เคยนั่งเรือเลอะฝั่งช่างเฉิดฉันท์
ประเพณีมีงานสานสัมพันธ์
ร่วมแบ่งปันช่วยเหลือเอื้ออาทร

แนวผาแต้มแต้มพรายระบายสี
ทุกภาพมีตำนานแต่กาลก่อน
ประวัติศาสตร์เล่ากันตามขั้นตอน
ใคร่ขอวอนรักษา อย่าทำลาย

--ณัชชา--


 emo_107


หัวข้อ: Re: ผาแต้มและชนเผ่าบรู
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 30 มีนาคม 2012, 10:00:PM
ข่า(บรู)ในจ.อุบลราชธานี     

Notice: Undefined variable: return in /var/www/vhosts/mapculture.org/httpdocs/mambo/index.php on line 47
14 พ.ย. 2006 10:55น. 
ปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานียังคงมีชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในสายวัฒนธรรมมอญ-เขมร คือ ชนเผ่าข่า (บรู)   ชาวอีสานเรียกพวกที่อยู่ในป่าและใกล้ภูเขาว่า "ข่า" เป็นคำเรียกรวมๆ แต่เขาเรียกตนเองว่า "บลู" หรือ "บรู" ซึ่งแปลว่าภูเขา หรือคนที่อยู่ในป่าใกล้เขานั่นเอง ชนกลุ่มนี้มักอาศัยอยู่ตามป่าเขา ตามแนวริ่มฝั่งแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว  มีภาษาบรูเป็นภาษาพูดของตน (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 17)
ชาวบรูเป็นชนเผ่าที่อพยพเข้ามาจากประเทศลาว  และมีชาวส่วยส่วนน้อยอาศัยอยู่ด้วยกัน  ทั้งนี้อพยพมาจากบ้านหนองเม็ก  (ชาวป่าที่อพยพเร่ร่อน ทำไร่  และเลี้ยงสัตว์ตามป่าเขา  ที่สูง ) บ้านลาดเสือ  (ชาวที่ราบอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง) และบ้านเวินขัน (บ้านใหม่ตั้งระหว่างสองหมู่บ้าน)    เนื่องจากถูกกดขี่และให้ทำงานหนัก อีกทั้งยังต้องเสียภาษีให้ฝรั่งเศส จึงอพยพข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ทางฝั่งไทยตามริมแม่น้ำโขง เช่น ที่บ้านเวินบึก บ้านท่าล้ง และบ้านหนองครก อ.โขงเจียม จ.อุบลฯ ตอนแรกอพยพมาอยู่ที่บ้านท่าล้งที่ขึ้นไปทางเหนือ  และบ้านหินครก (บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเวินบึกในปัจจุบัน) แต่เนื่องจากมีกรณีลักขโมยวัวควายของชาวบ้าน  ทางราชการจึงให้ราษฎรบริเวณบ้านหินครก  มาตั้งหมู่บ้านใหม่ที่บ้านเวินบึก
ชนเผ่าบรูหรือข่านี้  นับถือผีสาง มีทั้งผีประจำตัว ประจำครอบครัว  ประจำตระกูล  ประจำคุ้ม และประจำหมู่บ้าน  ซึ่งความสำคัญลดหลั่นตามฐานะของผี  เป็นเผ่าที่จารีตแปลกไปจากกลุ่มอื่น  เช่น ถ้ามีลูกชายเมื่อไปขอหญิงแต่งงานเป็นสะใภ้  ย่อมไม่ให้สะใภ้ขึ้นบนบ้านของย่า (แม่ของสามี)ตลอดชีวิต  ทั้งไม่ให้ใช้เครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน  เช่น กระจก หวี น้ำมันแต่งผม แป้ง ฯลฯ นอกจากนั้นความเชื่อทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับภูติผีประจำตัว  และบ้านมีบันได 2 ทาง คือ  ขึ้นด้านหนึ่งแล้วไปลงอีกด้านหนึ่ง  ส่วนการไปแอ่วสาวบนบ้านของสาว  หากขึ้นบันไดไม่ถูกด้านแล้ว  อาจต้องทนคุยกับพ่อแม่ของสาวตลอดคืนแทนที่จะได้คุยกับสาวตามปรารถนาเป็นต้น (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 286 ; ศูนย์ข้อมูลสำนักศิลปะและวัฒนธรรมอำเภอราชธานี)  


--------------------------------------------------------------------------------
 
http://www.mapculture.org/mambo/index.php?option=com_content&task=view&id=310&Itemid=56 (http://www.mapculture.org/mambo/index.php?option=com_content&task=view&id=310&Itemid=56)



มองอดีต เพื่อรู้ความเป็นมา  มองอนาคต   เพือกำหนดความเป็นไป