พิมพ์หน้านี้ - "เงาดำ"

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนธรรมะ+กลอนสอนใจ+กลอนธรรมชาติ+กลอนปรัชญา => ข้อความที่เริ่มโดย: มหาซัง ที่ 13 มิถุนายน 2011, 11:25:PM



หัวข้อ: "เงาดำ"
เริ่มหัวข้อโดย: มหาซัง ที่ 13 มิถุนายน 2011, 11:25:PM

"เงาดำ"

เมฆวนเวียนเปลี่ยนทรงไม่คงที่   
ดูมากมีแตกต่างฟ้าช่างก่อ
เหมือนใจคนวนไปไม่รู้พอ   
ปรุงเติมต่อล่อลวงห้วงมายา

สิ่งแวดล้อมห้อมข้างต่างวิถี   
ประเพณีที่ถือสื่อภาษา
วัฒนธรรมดำรงค์สืบพงศ์มา   
พัฒนานิสัยจิตใจคน

ประสบการณ์นานมาแต่คราหลัง   
คำสอนสั่งครั้งเก่าเฝ้าฝึกฝน
ทั้งสนุกสุขเศร้าเหงาทุกข์ทน     
ความสับสนหม่นหมองนองน้ำตา

จึงซึมซับรับรู้ที่ดูเห็น   
ก่อตัวเป็นตะกอนก้อนใหญ่หนา
หยาบกระด้างล้างลบกลบจรรยา     
เพียงเพราะว่าค่าวัตถุฉลุใจ

ความเป็นเพื่อนเลื่อนลอยเริ่มถอยหนี   
ความอารีมีกันเคยปันให้
เปลี่ยนเป็นเกลียดเคียดแค้นฝังแน่นใน   
เต็มฤทัยอภัยนั้นมันไม่มี

จากเป็นมิตรผิดแผกแบ่งแยกออก   
กลิ้งกลับกลอกหลอกล่อเติมต่อสี
คอยระบายป้ายเปื้อนเพื่อนทุกที     
เอาสิ่งดีทาทาบเคลือบอาบตัว

เมฆนั้นลอยคล้อยเคลื่อนแล้วเลือนหาย   
ฟ้าก็กลายสดใสคลุมไปทั่ว
แต่กิเลสตัณหาอันน่ากลัว   
ยังหม่นมัวทั่วใจไม่รู้เลือน

มหาซัง...ขอโทษที่ทำให่งง


หัวข้อ: Re: "เงาดำ"
เริ่มหัวข้อโดย: --ณัชชา-- ที่ 14 มิถุนายน 2011, 08:01:AM
เป็นมนุษย์เกิดก็เพราะกรรมส่ง
พุทธองค์ตรัสไว้ไม่คลาดเคลื่อน
ล้วนกิเลศตันหาวนมาเยือน
จึงแปดเปื้อนกิเลศเหตุหมองมัว

เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไม่สิ้นสุด
เพราะนี่คือมนุษย์สุดจะมั่ว
เรื่องบาปกรรมไม่ใส่ใจไม่เคยกลัว
เห็นแก่ตัวประจำทำจนชิน



หัวข้อ: Re: "เงาดำ"
เริ่มหัวข้อโดย: เอ๊พ ที่ 14 มิถุนายน 2011, 09:33:AM


ระลึกรื้อหลุมใหญ่ให้จำเพาะ
สร้างไว้เหมาะเจาะใจญาณใดหนอ
ชอบแบบไหนได้แบบนั้นมิต้องรอ
เจ้าของหอเลือกให้อ้างใครครวญ

กำหนดไว้ในบทบาททาสแสวง
ตอนจำแลงมนุษย์ผู้ยังรู้หวน
คลี่กงจักรคลายทักดอกบัวรวน
มาปั่นป่วนทวนอาสัญไม่ทันกาล


หัวข้อ: Re: "เงาดำ"
เริ่มหัวข้อโดย: เพรางาย ที่ 25 มิถุนายน 2011, 07:15:PM

"เงาดำ"

เมฆวนเวียนเปลี่ยนทรงไม่คงที่   
ดูมากมีแตกต่างฟ้าช่างก่อ
เหมือนใจคนวนไปไม่รู้พอ   
ปรุงเติมต่อล่อลวงห้วงมายา

สิ่งแวดล้อมห้อมข้างต่างวิถี   
ประเพณีที่ถือสื่อภาษา
วัฒนธรรมดำรงค์สืบพงศ์มา   
พัฒนานิสัยจิตใจคน

ประสบการณ์นานมาแต่คราหลัง   
คำสอนสั่งครั้งเก่าเฝ้าฝึกฝน
ทั้งสนุกสุขเศร้าเหงาทุกข์ทน     
ความสับสนหม่นหมองนองน้ำตา

จึงซึมซับรับรู้ที่ดูเห็น   
ก่อตัวเป็นตะกอนก้อนใหญ่หนา
หยาบกระด้างล้างลบกลบจรรยา     
เพียงเพราะว่าค่าวัตถุฉลุใจ

ความเป็นเพื่อนเลื่อนลอยเริ่มถอยหนี   
ความอารีมีกันเคยปันให้
เปลี่ยนเป็นเกลียดเคียดแค้นฝังแน่นใน   
เต็มฤทัยอภัยนั้นมันไม่มี

จากเป็นมิตรผิดแผกแบ่งแยกออก   
กลิ้งกลับกลอกหลอกล่อเติมต่อสี
คอยระบายป้ายเปื้อนเพื่อนทุกที     
เอาสิ่งดีทาทาบเคลือบอาบตัว

เมฆนั้นลอยคล้อยเคลื่อนแล้วเลือนหาย   
ฟ้าก็กลายสดใสคลุมไปทั่ว
แต่กิเลสตัณหาอันน่ากลัว   
ยังหม่นมัวทั่วใจไม่รู้เลือน






(http://www.ohzeed.com/bar_058.gif) (http://www.ohzeed.com)


เงาดำที่พาดโลก
พอเมฆโยกก็คลาเคลื่อน
คืนแสงตะวันเยือน
สกลจ้าทิวาชัด

เงาดำที่พาดใจ
ซ่อนลึกไว้ไม่กำจัด
ปล่อยทิ้งยิ่งรึงรัด
สนตะพายพฤติกรรม

หมั่นจ้องมองใจตน
ฝึกและฝนเป็นประจำ
ล้างใจด้วยรสธรรม
ไล่เงาดำที่แฝงรอย

(http://www.ohzeed.com/bar_058.gif) (http://www.ohzeed.com)