|
หัวข้อ: ~*~ ช่วงชีวิตที่แสนสั้น ~*~ เริ่มหัวข้อโดย: วลีลักษณา ที่ 12 มกราคม 2026, 06:00:PM อยู่ที่นึกฝึกหาสภาวะ สติอย่าละ..กำกับมั่น..กันผยอง สิ่งทั้งหลายคลายเริ่มต่อเติมมอง ปัญญาส่องแสงสว่างทุกทางไป มังตรา ขณะหนึ่งก่อนระเหยของเหมยขาบ รับแสงอาบยามเช้าก็พราวใส งามเหมือนจักคงค้างไม่ร้างไกล เพียงแดดไล้ลมลูบก็วูบเลือน มิต่างดอก ชีพชนม์ที่วนผัน กาลบาดบั่นดุจมีดคอยกรีดเฉือน ต่างแหว่งวิ่นสิ้นดีล่วงปีเดือน ไปตามเงือนไตรลักษณ์คอยชักนำ เหลือค่าควรหวนคิดเอาจิตจรด อาจปรากฏแนวทางให้ย่างย่ำ สุดถนนสายนี้อาจสีดำ แล้วแต่กรรมนำไปผลักให้เป็น อยู่ที่ใจใสสะอาดหรือขลาดเขลา ยึดโยงเอาแต่ของที่มองเห็น จนลืมตัวมัวเมาอยู่เช้าเย็น หลงประเด็นแค่เปลือกก็เลือกมา เป็นภาวะอารมณ์ว่าชมชอบ มิได้สอบทวนซ้ำว่าล้ำค่า หรือเป็นกรวดย้อมทองที่ต้องตา จวบจนสิ่งพอกทาเผยท่าทีฯ วลีลักษณา ๑๒ มกราคม ๒๕๖๙ หัวข้อ: Re: ~*~ ช่วงชีวิตที่แสนสั้น ~*~ เริ่มหัวข้อโดย: มังตรา ที่ 13 มกราคม 2026, 09:14:PM ความต้องการเพิ่มพูนมิสูญสิ้น มโนจินต์..แท้จริงละทิ้งหนี ยึดอิงสิทธิ์คิดจากความอยากมี จะชั่วดีร้ายลึกมิตรึกตรอง อ้างกระทำจำเป็นตามเห็นชอบ ประโยชน์มอบมากล้นเพื่อชนผอง ซ้อนอุบายรายเรียงครอบเคียงครอง เป็นครรลองคิดต่างแบบช่างมัน หรือศีลธรรมจรรยาเดินมาสุด มวลมนุษย์ปั่นปลุกเพียงสุขสันต์ หาตัวบทกฎเกณฑ์ขู่เข่นกัน รบฆ่าฟันชนะแพ้เอาแต่ใจ อารยะชน..ปนเปลื้อน..เกลื่อนไปทั่ว หลงเมามัว..มองเห็น..แต่เป็นใหญ่ รู้เชี่ยวชาญการหลบเมื่อพบภัย ทั้งไกลใกล้..ดอกโศก..ไหวโบกบน เพราะชีวิต..หวงแหนสุดแสนสั้น จงเท่าทันปล่อยวางในบางหน เศร้าหรือสุขทุกครั้งระวังตน สืบค่าคนด้วยศีลอยู่ถิ่นงาม มังตรา |