|
หัวข้อ: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 08 มกราคม 2026, 06:54:PM .*~หลงน้ำคำ~*. รจนาโดย : กัลมลี* (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_120.gif) (http://www.klonthaiclub.com) พริ้มตาห่มผ้าบางร่างระหง คลุมผ้าตรงปลายเท้าแผ่วเบาคลี่ พร้อมข่มความอาวรณ์ซ่อนธุลี- ดวงฤดีร้าวแหลกคราแยกกัน หากจะกล่าวโทษใครได้สักหน ควรสาปตนสร้างโลกจนโศกศัลย์ เสมือนตกลึกหลุมขุมโลกันตร์ วางน้ำมันไว้ใกล้เชื้อไฟเพลิง โอ้...ช่ออักษราในคราแรก รสหวานแทรกทรวงในทำใจเหลิง เดินล้ำเส้นสัมพันธ์ฝึกชั้นเชิง ด้วยบรรเทิงดื่มด่ำหลงน้ำคำ โลกทั้งสองใบสานผ่านปลายนิ้ว ฝากรอยริ้วในอกดึงตกต่ำ อยากจะย้อนกลับไป ~ ถ้าได้ทำ ลบความจำวันที่เคยมี "เรา" เพลิงอารมณ์รุกผ่านลานใจแล้ง ประหนึ่งแกล้งไฟห้ามยิ่งลามเผา โดยเชื้อเพลิงชั้นดีมิต้องเดา เชิญเถิดเอาต่างฟืนทั่วผืนดิน กลอนเธอเขียนถึงฉันในวันก่อน ยังอ่านย้อนเพ-ลา คราถวิล อ่านให้เจ็บให้จำซ้ำเคยชิน ว่า ~ สูญสิ้นอย่างไม่เข้าใจกัน ทั้งอยากถามทักทายเธอหลายหน ดวงกมลคนไกล...ในใจฉัน โกรธ-เกลียด-ชังคือภาพตราบนิรันดร์ ล่วงลุวันอภัยให้หรือยัง? หลายปีข่มตานอนอาวรณ์หา ยามพริ้มตาอาลัยในภาพหลัง ก่อนอายุขัยช่วงล่วง ~ คืนรัง เถิด...สักครั้งยังรอเธอต่อกลอน (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_120.gif) (http://www.klonthaiclub.com) ขอเรียนเชิญท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มีความหลัง หรือตกอยู่ในวังวนแห่งน้ำคำร่วมต่อกลอนกันค่ะ emo_95 หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 09 มกราคม 2026, 06:47:AM
หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 10 มกราคม 2026, 03:01:PM รสวลีตรึงตรากว่าใดหวาน หวั่นลมปราณสะบั้นร้าวรานเอ๋ย โอ้...ผกากลีบช้ำลมรำเพย คนโน้มเชยช้ำดอกเพียงหลอกลวง ควรหรือเทียมเทียบค่ามาลัยร้อย หากลืมสร้อยกานท์หม่นแห่งคนหวง และรักคล้องใจซึ้งเพียงหนึ่งดวง หวิวหวาดทรวงหมดค่าเฉกมาลี "เพียงคำเดียวคำนั้น รังสรรค์ฝาก"* (โซเซอะเซอ) หยั่งลึกรากถอนต้องพบหมองศรี สิ้นน้ำใจเมตตาเลิกพาที แม้นมีกี่ชีวิตจิตย่อมตรม ด้วยมาลัยลิขิตประดิษฐ์ถ้อย ประหนึ่งสร้อยทองสูรย์ปูนแสงสม ประหวั่นว่าฝันตื่นอาจคืนคม- อุโฆษลมปากตัวแค่ชั่วคราว หากเหลื่อมรอยมิตรของทั้งสองจิต- เชื่อมโลกชิด...แหลกผงคงโพลนขาว- ดุจน้ำแข็งปรกจินต์เป็นหินวาว ครามองดาวจันทร์~เบียด...คงเสียดใจ เสมือนคราวอดีตอกซีดหมอง มิเปิดช่องพิสูจน์คำพูดไหน กลับค้างคาถมเพียบแต่เงียบไว้ โชคดีไม่ชิงตัดภพขาดลง หลงคำสาส์นไร้เสียงถึงเพียงนี้ ชุบชีวี ฤา ผลาญเป็นถ่านผง มิอยากซ้ำวงวัฏกระหวัดปลง โปรดซื่อตรงใจชั่ง "ชัง" หรือ "รัก" (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_131.gif) (http://www.klonthaiclub.com) หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: มังตรา ที่ 11 มกราคม 2026, 08:26:AM คำพี่เอ่ยเปรยความไปตามชอบ มั่นหมายมอบเคียงคู่อยากรู้จัก พยายามถามไถ่เปิดใจทัก ผูกสมัครรับมั่นสู่ขวัญทรวง ข้องุนงงสงสัย..ชอบไหมหนา ? อยากบอกว่า..เวียนแวะ..รักและห่วง แนบอุราหาแม่...เจ้าแด ดวง ดั่งหินถ่วงจิตส่งจมลงพลัน พี่มอบใจให้เจ้าบอกเล่าซื่อ วาจาถือคำแท้มิแปรผัน โลกหมุนคงตรงเคลื่อนเสมือนกัน รักเธอนั้นคงมั่นนิรันดร์กาล เรื่องมนุษย์ปุจฉาชะตาคล้อย ดำเนินรอยเพิ่ม-สูญใช่คูณหาร รักมากครั้ง..ยังขมนอนซมซาน บ้างเลิกนานคืนเข้าเหมือนเก่าเคย อันภาพงามความรักสลักศิลป์ เปรียบแมลงบินเวียนวกโอ้อกเอ๋ย ดอกไม้วาดสาดสี วจีเปรย แมลงเชยชมตอบชื่นชอบใจ ดอกมัวหม่นหล่นกองด้วยหมองเศร้า ทุกข์ลวงเล่า..ลาแล้งแมลงใกล้ เคยจำเพาะเกาะทีหลบหนีไกล ปัญหาใหญ่..พี่เหงา และ เศร้าซึม มังตรา หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 11 มกราคม 2026, 05:27:PM
หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: M. ที่ 13 มกราคม 2026, 09:31:PM เคลิ้มประพจน์บทกลอนเมื่อก่อนนั้น
เคลิ้มจำนรรจ์พาทีที่เธอเขียน หลงน้ำคำต่อกลอนตอนพากเพียร กาลจำเนียรล่วงเลยไม่เคยลืม หลงลีลาพจนารถประกาศฝัน คำรำพันโปรยกานท์หวานดูดดื่ม หยิบน้ำค้างต่างฟ้าหวังว่ายืม เก็บมาปลื้มก่อนนอนกลอนของเธอ ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย ดุจทิวสายดาวเด่นเพ็ญเสนอ หลงน้ำคำหลงคนเขียนเพียรละเมอ แอบพร่ำเพ้อบทความยามเธอลง M. emo_25 ไม่รู้จะต่อตรงไหนครับ เขียนโคลง emo_19 ไม่เป็นครับ หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 14 มกราคม 2026, 07:53:PM . . ดอกมัวหม่นหล่นกองด้วยหมองเศร้า ทุกข์ลวงเล่า..ลาแล้งแมลงใกล้ เคยจำเพาะเกาะทีหลบหนีไกล ปัญหาใหญ่..พี่เหงา และ เศร้าซึม มังตรา (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_131.gif) (http://www.klonthaiclub.com) แม้นมาลีดอกหนอสีช่อหม่น ดั่งเนตรคนมองเพ่งหน้าเคร่งขรึม ด้วยอาลัยนัยน์เศร้าจินต์เทาทึม ราวเมฆครึ้มคลุมฟ้าเพียบอาดูร สลักศิลป์สร้างรักตระหนักรู้ หาใช่ดูดายนิ่งทุกสิ่งสูญ ทั้งน้ำคำน้ำใจใช่หาร - คูณ ทวีพูนตามกาลที่นานยาว จึ่งคำรักสลักห้วงสู่ดวงขวัญ ปวงเทวัญต่างอวยช่วยสืบสาว ตราบสุดท้ายครบเครื่องแห่งเรื่องราว พยานดาวพร้อมพรั่งกระทั่งจันทร์ คำน้องถามอาจพล่อยจนน้อยจิต น้อมรับผิดเต็มอกแสนโศกศัลย์ แต่นี้จักหักห้ามยามจำนรรจ์ ปล่อยเป็นปัญหาใจน้องฝ่ายเดียว เถิด...คิ้วคลายขมวดคลายปวดเจ็บ ยื่นก้อยเก็บ...มือผายสอดปลายเกี่ยว หากเมินนานมานน้องหมองซีดเซียว เกรงค่ำเปลี่ยวคืนบาดน้องขาดใจ ชอบบุปผาใดโรยหลังโชยชื่น สองมือยื่นตระกองกอดป้องให้~ กระนั้นพี่มิหายคลายอาลัย จักปลูกใหม่ให้คืนชื่นนิรันดร์ ดวงใจซื่อศรัทธาสง่าเอ๋ย คนเปิดเผยแวะเวียนมิเปลี่ยนผัน ยามดวงหน้าเฉยเรียบและเงียบงัน โอ้...อกขวัญร้าวรอนเต้นอ่อนแล้ว (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_131.gif) (http://www.klonthaiclub.com) หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 15 มกราคม 2026, 01:03:AM
(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_202.gif) (http://www.klonthaiclub.com) ยามรักแม้นดาราสรรค์หาฝาก ภิรมย์หลากลุ่มหลงพะวงหวัง ตรวนสัญญามัดยิ่งรักจริงจัง คืนคำดั่งแล้งไร้สายธาริน แล้วเธอรู้หรือเปล่าคราวรักจาก~ นั้นฝังฝากลึกห้วงห่วงถวิล ซึ่งแม้นมาตรกายาลับฟ้าดิน กลับมิสิ้นวิญญาณ์สาบานคำ เปรยปรารภด้วยขาดวาสนา ครวญด้วยอาวรณ์เอย...เคยดื่มด่ำ หากลับแล้วมนตร์เวทเทวษ~จำ เพลี่ยงถลำรานรอนอุทธรณ์ใคร ถนอมปรางละมุนเนื้ออุ่นนี้ พร้อมฤดีคงมั่นมิหวั่นไหว~ มิตอบรับคำเค้นหลบเร้นใจ โปรดจงใช้รักแท้แก้ทุกทาง คว้าอากาศได้ใดไตร่ตรองเถิด กุญแจเปิดใจหรือคือคำสร้าง รักหรือชัง "เชือก" เฟ้นหรือ "เส้นฟาง"~ จักมองอย่างไรล้วนจงครวญดู เช่นนี้แล้ว...ถ้อยถามความสงสัย แถลงไขใจใช้ใช่ฟังหู ดำเนินผ่านการทำและค้ำชู จนเหลือผู้สุดท้ายมิคลายคำ (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_202.gif) (http://www.klonthaiclub.com) ลุงอ่านทำนองเสนาะเป็นป่ะ ลองอ่านกลอนลุงเป็นทำเสนาะสิ ไพเราะเชียว หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 15 มกราคม 2026, 12:40:PM ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย ดุจทิวสายดาวเด่นเพ็ญเสนอ หลงน้ำคำหลงคนเขียนเพียรละเมอ แอบพร่ำเพ้อบทความยามเธอลง M. emo_25 ไม่รู้จะต่อตรงไหนครับ เขียนโคลง emo_19 ไม่เป็นครับ (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_042.gif) (http://www.klonthaiclub.com) เจ้าสำนวนกลอนฉ่ำเพชรน้ำค้าง คัดคำวางจารเจียดละเมียดส่ง เขียนแล้วลบหลายรอบตอบบรรจง ด้วยลุ่มหลงสร้อยคำห้วงน้ำใจ ถักอาภรณ์อักษราชายคาฝัน สื่ออนันต์สรรพเสียงถึงเพียงไหน~ ก็มิอาจเทียบเห็นที่เป็นไป ซึ่งกรุ่นในอารมณ์อุดมการณ์ ตลอดทางสร้างรุ้งเฟื่องฟุ้งแล้ว สะพานแก้วเชื่อมฟ้าดินสมาน เสมือนพจน์หยาดยอดทอดสะพาน สองดวงมานข้ามฟ้าชิดหากัน ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ตัวอักษร คืออาทรโอบเอื้อเมื่อเสียขวัญ คือสายลมแผ่วต้องผิวผ่องพรรณ คือสีสันแต้มตอกดอกไม้บาน "ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย" (เอ็ม กวิน) บนทางสายดาวระดะสวยประสาน แต่ละดวงโชติวาวพราวตระการ เถิด ~ ขับขานคำเสกเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นฉันจึงมาถึงนี่ ดีดนิ้วคีย์ลำนำคำจำหลัก~ ไปตามเส้นสำเนียงเสียงใจภักดิ์ กระซิบทักเบาแผ่วแก้วกวิน (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_042.gif) (http://www.klonthaiclub.com) หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: Msp. ที่ 15 มกราคม 2026, 02:57:PM หลากลํานำคําหวานปานน้ำผึ้ง
เพชรน้ำหนึ่งตรึงตราพาถวิล ประดิษฐ์สร้อยร้อยเสียงสำเนียงพิณ จินตนาโบยบินถวิลนาน ประหนึ่งคำลีลาสปราชญ์รังสรรค์ โปรยประพันธ์ขวัญศัพท์ประดับฐาน นคเรศเมืองแมนแดนวิมาน ประทินกานท์ทาบทาทั่วธาตรี ดั่งคนธรรพ์บรรจงดำรงพจน์ บริบทร่ายมนต์ดลวิถี สู่ลานดินถิ่นราษฎร์ปฐพี มนต์กวีคลี่บานบนลานใจ เคลิ้มรสรินศิลป์กาพย์กำซาบซึ้ง ด้วยตราตรึงถึงสถานกาลสมัย หลงน้ำคำมธุรสพจน์ละไม หวามฤทัยทุกช่วงห้วงวิญญาณ์ ฤาจะสิ้นมนต์หลงองค์กลอนกาพย์ ศิโรราบกับใจให้ครวญหา สุดดื่มด่ำยามถักอักษรา หลงมนตรากวี..ที่งดงาม Msp. หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: มังตรา ที่ 16 มกราคม 2026, 08:27:AM ดวงใจซื่อศรัทธาสง่าเอ๋ย
คนเปิดเผยแวะเวียนมิเปลี่ยนผัน ยามดวงหน้าเฉยเรียบและเงียบงัน โอ้...อกขวัญร้าวรอนเต้นอ่อนแล้ว กัลมลี โอ้ประโลมโถมถาในคราเหงา รุกเร่งเร้าลอยล่องบนฟองแก้ว เอื้อมมือรับจับหยิบวิบวามแวว จะคลาดแคล้วหรือร้าง..ฝ่าทางไป อันคำหญิงจริงมั่น ณ.วันนี้ ผ่านเดือนปีเงียบหายกลับกลายไหม สัญญาเรียงเคียงร้อยคล้องถ้อยใจ เจอคนใหม่ถลำอ้างคำลืม พี่กล่าวสัตยวาจามิหาเรื่อง หากขุ่นเคือง..หลังคล้อยยังคอยปลื้ม กัลมลีฤดีหนอจะขอยืม คงหวานดื่มคู่สุขในทุกวัน มังตรา หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: กัลมลี* ที่ 16 มกราคม 2026, 02:30:PM . . ฤาจะสิ้นมนต์หลงองค์กลอนกาพย์ ศิโรราบกับใจให้ครวญหา สุดดื่มด่ำยามถักอักษรา หลงมนตรากวี..ที่งดงาม Msp. คำประพันธ์แม้นมาตรสร้อยหยาดฝน คำประพนธ์อ่อนช้อยถ้อยทักถาม เจรียงศัพท์ลิขิตชวนติดตาม จำเริญความงามพิศชวนติดตา ดั่งช่อสายมธุรสหวานหยดห้วง ดั่งช่อสรวงโน้มหยาดพิลาศหา เพชรน้ำร้อยปรานเปรียบเพียบโสภา ล้ำเลอค่าใดเทียบเพียบโสภี มิสิ้นมนต์บรรเลงเบลงสาน มิสิ้นมานกานท์ดลกลสร้อยศรี ผลิมาลัยร้อยกรองคล้องกวี แทนมาลีร้อยกองคล้องกวินท์ มาร่วมเรียงเคียงข้างเสกสร้างเสริม มาร่วมเริ่มเคียงข้างเสกสร้างศิลป์ เชวงวรรณบรรโลมชโลมดิน เรืองระบิลประโคมชโลมดาว จึ่งประดับห้วงแล้วทุกแววหวัง จึ่งประดังประเทืองฟุ้งเฟื่องหาว จรัสฟ้าดินผืนอย่างยืนยาว จรดวาวรสรื่นอย่างยืนยง (http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_202.gif) (http://www.klonthaiclub.com) หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: M. ที่ 18 มกราคม 2026, 06:09:AM ถ้อยน้ำเสียงประกาศชัดกลางหาว ตามองดาวดวงใจให้ลุ่มหลง เคลิ้มภวังค์มนตราคราบรรจง ที่ดำรงภาษาอันละไม กานท์รำพันคำหวานประสานสร้อย ที่เรียงร้อยคมคำทำหวามไหว รับสัมผัสลึกซึ้งตรึงละไม งามไฉไลนึกคิดประดิษฐ์ตาม หากความงามลีลาคราเธอกล่าว เป็นเรื่องราวหัวใจให้ไต่ถาม รอคำตอบจากใจขยายความ มีนิยามอะไรส่งให้กัน หลงละเมอเพ้อคร่ำคำเอื้อนเอ่ย อกใดเลยจะต้านรั้นแรงฝัน หลงลีลาภาษาครารำพัน ยามเธอสรรคำร้อยถ้อยความใน เกินจะหยุดคร่ำครวญรัญจวนหา เสน่ห์พาดวงมานพลันหลงใหล ทุกประพจน์คารมเกินข่มใจ ปักฤทัยหลงคำทำรัญจวน M. หัวข้อ: Re: .*~หลงน้ำคำ~*. เริ่มหัวข้อโดย: Msp. ที่ 18 มกราคม 2026, 11:14:AM ดุริยางคศิลป์กวินท์ส่ง
ร้อยบรรจงกวีที่หอมหวล ประณีตศัพท์จับวางอย่างอบอวล ดุจดั่งมวลมาลีคลี่กลีบบาน ดั่งนิมิตเมืองแมนแดนสวรรค์ กินรีคนธรรพ์คัดสรรสาส์น เสกบุหลันคำถ้อยร้อยตระการ โปรยยังลานมธุรสบทกวี วจีหวานร่ำกลิ่นระรินหอม ปานพยอมคำปราชญ์แผ่รัศมี ประกาศกล้าเบ่งบานลานพาที เผยพจีความงามยามประพันธ์ เรืองระบัดประกายในกลอนบท แสนงามงดยศถ้อยเทิดร้อยขวัญ เคลิ้มภวังค์หลงศัพท์นับอนันต์ ณ ถิ่นฝันกวีนี้ฉันใด หลงอำนาจเสน่ห์เล่ห์กลศัพท์ หรือประทับผู้สร้างกันอย่างไหน ผู้หลงทางอย่างเราเฝ้าเคลิ้มไป หลงน้ำคำเหล่าไท้ในนี้แล้ว Msp. |