พิมพ์หน้านี้ - ---->ลมหนาว

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนธรรมะ+กลอนสอนใจ+กลอนธรรมชาติ+กลอนปรัชญา => ข้อความที่เริ่มโดย: สะเลเต ที่ 09 ตุลาคม 2013, 11:54:AM



หัวข้อ: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 09 ตุลาคม 2013, 11:54:AM
(http://www.dhammadelivery.com/images/webboard/webboard-topic10199.jpg)

ลมหนาวเยือนเคลื่อนมาหาถึงบ้าน
พัดเอื่อยเอื่อยเฉื่อยผ่านดั่งธารสาย
ฝูงแมลงปอปีกบางต่างวุ่นวาย
บินทักทายสหายพลัน..ครั้นเปลี่ยนฤดู

ท้องฟ้าแต่งแต้มระบายไอหมอกขาว
ตุลาคมลมหนาว..คราวเยือนสู่
ฉันทักทาย!!สวัสดีจ๊ะตรงประตู
รับเช้าตรู่..รุ่งเยือน"เดือนตุลา"

---สะเลเต---


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: --ณัชชา-- ที่ 09 ตุลาคม 2013, 12:11:PM
ลมหนาวพัดผ่านมาวันฟ้าใส
หนาวได้ใจกลัดกลุ้มต้องคลุมผ้า
ผิวที่เคยสดใสแตกลายงา
ปากเคยอ้าหมับหมับกลับแตกตึง

น้ำไม่เคยได้อาบกลิ่นปราบแล้ง
แก้มเคยแดงกลับดำคล้ำเหม็นหึ่ง
ตัวที่เคยอวบขาวน่าเคล้าคลึง
คิดไม่ถึงกลิ่นตลบเหม็นอบอวน

--ณัชชา--

 emo_119


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 09 ตุลาคม 2013, 01:41:PM
   นอนแดโดยเดียวดายใต้ผ้าห่ม 
เหนือแนวลมแต่ทว่ากลิ่นกล้าหวน
ประพิมพ์พายสายหยุดสุดรัญจวน 
ฤทัยทวนคราวครองกันสองรา

        สุดาดวงท้วงว่าโปรดอย่ากอด       
น้องห่างน้ำห้วงตลอดหนึ่งพรรษา
           พี่ขัดขืนฝืนหอมจอมกัลยา           
ด้วยเกรงว่ากรุ่นกายนุชจะหลุดไป

เนิน จำราย


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: panthong.kh ที่ 09 ตุลาคม 2013, 02:16:PM
ลมหนาวพัดผ่านมาวันฟ้าใส
หนาวได้ใจกลัดกลุ้มต้องคลุมผ้า
ผิวที่เคยสดใสแตกลายงา
ปากเคยอ้าหมับหมับกลับแตกตึง

น้ำไม่เคยได้อาบกลิ่นปราบแล้ง
แก้มเคยแดงกลับดำคล้ำเหม็นหึ่ง
ตัวที่เคยอวบขาวน่าเคล้าคลึง
คิดไม่ถึงกลิ่นตลบเหม็นอบอวน

--ณัชชา--

 emo_119

emo_116 emo_126
ลมหนาวมา คราใด ใจหวาดหวั่น
หัวอกสั่น สะท้าน พานไห้หวน
ฝนยังพรำ พร่ำเพ้อ ละเมอครวญ
เสียงรัญจวน หวนหา อุราตรม

พันทอง
 emo_116 emo_126


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: ดาว อาชาไนย ที่ 09 ตุลาคม 2013, 02:26:PM


ลมหนาวโรยตัวมาจากฟ้ากว้าง
รักก็ร้างมิรู้อยู่หนไหน
ยากจะบอกออกมาว่าเสียใจ
เหงาเพียงไรคงสู้อยู่เดียวดาย

หรือเวลาเปลี่ยนไปใจจึงเปลี่ยน
คำที่เขียนเอาไว้ไร้ความหมาย
ใครนะว่าเวลาพาเหงาคลาย
ยิ่งกลับกลายทุกข์ท้นล้นหัวใจ

ดาว อาชาไนย

แม่เสือปืนไวแย่งคิวไปเสียก่อนแล้ว


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 09 ตุลาคม 2013, 05:35:PM
ลมหนาวพัดผ่านมาวันฟ้าใส
หนาวได้ใจกลัดกลุ้มต้องคลุมผ้า
ผิวที่เคยสดใสแตกลายงา
ปากเคยอ้าหมับหมับกลับแตกตึง

น้ำไม่เคยได้อาบกลิ่นปราบแล้ง
แก้มเคยแดงกลับดำคล้ำเหม็นหึ่ง
ตัวที่เคยอวบขาวน่าเคล้าคลึง
คิดไม่ถึงกลิ่นตลบเหม็นอบอวน

--ณัชชา--

 emo_119
(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_065.gif) (http://www.klonthaiclub.com)

18+

เหงื่อไม่ออกอาบน้ำทำไม่เล่า?
เปลืองเปล่าเปล่า..เจอหมอนรีบนอนด่วน
ผิวเจอน้ำนั้นหมองไร้ผ่องนวล
น้ำมีส่วนควรทราบ..อาบทำไม

เราอาบน้ำครั้งสุดท้ายปลายปีก่อน
คงเป็นตอนตกน้ำที่จำได้
คอและขา..แขน,หลังฝังขี้ไคล
กลากเกลื้อนตรึมตรงไหล่..ไม่อยากคุย.. emo_02

---สะเลเต---


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 10 ตุลาคม 2013, 08:09:AM

   นอนแดโดยเดียวดายใต้ผ้าห่ม 
เหนือแนวลมแต่ทว่ากลิ่นกล้าหวน
ประพิมพ์พายสายหยุดสุดรัญจวน 
ฤทัยทวนคราวครองกันสองรา

        สุดาดวงท้วงว่าโปรดอย่ากอด       
น้องห่างน้ำห้วงตลอดหนึ่งพรรษา
           พี่ขัดขืนฝืนหอมจอมกัลยา           
ด้วยเกรงว่ากรุ่นกายนุชจะหลุดไป

เนิน จำราย
(https://fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn2/p480x480/1379452_657152800985242_1660395674_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: D ที่ 10 ตุลาคม 2013, 09:30:AM

(http://www.qzub.com/cartoon_016.gif)


ลมโบยโบก โยกโยน โดนกายสาว
ขนลุกราว กับนัด ขึ้นชัดนั่น
สองกรกอด สอดอก สะทกงัน
หนาวจนสั่น หันข้าง ไร้ร่างชาย

เหลือบแลเพื่อน เยือนเห็น เป็นสะท้อน
เขาเคล้าอ้อน ต่อหน้า พาใจหาย
อยู่มานาน ผ่านเนี่ย  แสนเสียดาย
หากต้องตาย เพราะหนาว อายเขาจัง

"ดิน"

(http://www.qzub.com/cartoon_016.gif)


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 10 ตุลาคม 2013, 03:07:PM

emo_116 emo_126
ลมหนาวมา คราใด ใจหวาดหวั่น
หัวอกสั่น สะท้าน พานไห้หวน
ฝนยังพรำ พร่ำเพ้อ ละเมอครวญ
เสียงรัญจวน หวนหา อุราตรม

พันทอง
 emo_116 emo_126

สัมผัสไอเย็นยามเช้าหนาวสุดแสน
สองมือกอดเกยแขนแทนผ้าห่ม
ความหนาวเย็นเยือนมาตุลาคม
เพ้อ!!ผ่านลมรำเพย..เงยมองฟ้า

---สะเลเต---


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 10 ตุลาคม 2013, 03:10:PM



ลมหนาวโรยตัวมาจากฟ้ากว้าง
รักก็ร้างมิรู้อยู่หนไหน
ยากจะบอกออกมาว่าเสียใจ
เหงาเพียงไรคงสู้อยู่เดียวดาย

หรือเวลาเปลี่ยนไปใจจึงเปลี่ยน
คำที่เขียนเอาไว้ไร้ความหมาย
ใครนะว่าเวลาพาเหงาคลาย
ยิ่งกลับกลายทุกข์ท้นล้นหัวใจ

ดาว อาชาไนย

แม่เสือปืนไวแย่งคิวไปเสียก่อนแล้ว

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_065.gif) (http://www.klonthaiclub.com)

เวลาเปลี่ยนเปลี่ยนใจบางใครนั้น
สำหรับตัวตัวฉัน..ยากหวั่นไหว
เวลาหมุนหมุนเวียนกาลเปลี่ยนไป
ทั้งสี่ห้องห้องใจใฝ่รำพึง

ฉันและเธอห่างกันคนละทิศ
ส่งเพียงใจใช้สิทธิ์ความคิดถึง
จดจำเธอทุกช่วงห้วงคะนึง
ภาพตราตรึงติดอยู่ไม่รู้คลาย

ส่งรักผ่าน"ลมหนาว"คราวเยือนสู่
เธอจะรู้หรือไม่ในความหมาย
รักคิดถึงเธอมากยากกลับกลาย
คือรักแรกและสุดท้าย..ในชีวิต

---สะเลเต---


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 10 ตุลาคม 2013, 03:12:PM
(http://www.qzub.com/cartoon_016.gif)

เหลือบแลเพื่อน เยือนเห็น เป็นสะท้อน
เขาเคล้าอ้อน ต่อหน้า พาใจหาย
อยู่มานาน ผ่านเนี่ย  แสนเสียดาย
หากต้องตาย เพราะหนาว อายเขาจัง

"ดิน"

(http://www.qzub.com/cartoon_016.gif)

ซื้อผ้าห่มแทนได้ไม่ต้องง้อ
หากขืนรอฝันสลายใครที่หวัง
ใช้ผ้าผืนอย่างหนามาประทัง
ห่มตอนนั่งนอนสบาย...หายหนาวชัวร์

---สะเลเต---


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: กังวาน ที่ 10 ตุลาคม 2013, 05:24:PM
([url]http://www.dhammadelivery.com/images/webboard/webboard-topic10199.jpg[/url])

ลมหนาวเยือนเคลื่อนมาหาถึงบ้าน
พัดเอื่อยเอื่อยเฉื่อยผ่านดั่งธารสาย
ฝูงแมลงปอปีกบางต่างวุ่นวาย
บินทักทายสหายพลัน..ครั้นเปลี่ยนฤดู

ท้องฟ้าแต่งแต้มระบายไอหมอกขาว
ตุลาคมลมหนาว..คราวเยือนสู่
ฉันทักทาย!!สวัสดีจ๊ะตรงประตู
รับเช้าตรู่..รุ่งเยือน"เดือนตุลา"

---สะเลเต---

ลมปะทะปะผิวสยิวสั่น
มาแล้ววันที่ขอรอเรียกหา
หนาวสะท้านมานไหวใกล้เข้ามา
เสียงใครหนาสวัสดีที่ประตู

ขอเข้านิด..ชิดใกล้แค่ไออุ่น
กาแฟกรุ่นสักหน่อย...ฉันคอยอยู่
เอาหัวใจมาฝากถ้าอยากดู
โปรดเอียงหู..กระซิบให้ตั้งใจฟัง

---กังวาน---
 emo_95 emo_107


หัวข้อ: Re: ---->ลมหนาว
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 11 ตุลาคม 2013, 09:22:AM
(http://memento.diaryclub.com/images/20060522_01.jpg)

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_065.gif) (http://www.klonthaiclub.com)

เปิดประตูต้อนรับ..ผู้ดับร้อน
สายลมเอื้ออาทรก่อนสิ้นหวัง
เราดีใจได้เจอเธออีกครั้ง
ทุกวันตั้งตารอ..ลมเหมันต์

เราได้มองแมลงปอหยอกล้อสหาย
ฟากฟ้าระบายสายหมอก..ระลอกขั้น
ตวัดลากริ้วพร่างอย่างพู่กัน
ฟ้าแจ่มใสในวันเธอนั้นเยือน

จดบันทึกท่ามกลางรุ่งสางไว้
มองหมอกไอเอมอิ่มรอยยิ้มเปื้อน
ยินยอมเอื้ออ้อมกอดตลอดสามเดือน
ฤดูเคลื่อนคล้อยพาเธอลาไกล

สายลมเอื่อยเฉื่อยฉิวละลิ่วผ่าน
ซึ้งดวงมานเสมอเมื่อเธอใกล้
รู้สึกดี..รักมากกว่าฤดูใด
คือความนัยใจสะเลเต..ถึงเหมันต์

---สะเลเต---