พิมพ์หน้านี้ - การทำสมาธิ

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

จิปาถะ => เรื่องทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: คิงคองน้อย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 07:19:PM



หัวข้อ: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 07:19:PM
เพื่อนเคยนั่งสมาธิกันไหมคับ ถ้าเพื่อนได้ลองนั่งแบบจิงๆจังๆ ไม่ใช่ถูกบังคับให้นั่ง แต่นั่งด้วยใจ ท่านจะรู้สึกว่ามีความสุข

หลายคนอาจคิกว่าผมบ้า หลายคนมองว่า ไม่ชอบไปปฏิบัติธรรมที่วัด นั่ง 1-2 นาทีก้อจะตายอยู่แล้ว แล้วทำไมเวลาพวกคุณนั่งเล่น เน็ตกันทำไมไม่เบื่อบ้าง

คำตอบคือ เพราะใจคุณนั่นเองที่ เป็นตัวกำหนดการกระทำของคุณ ถ้าคุณเอาชนะใจตัวเองได้ คุณก็จะเอาชนะสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาได้

การนั่งสมาธิทำให้เรา ครองสติ ให้อยู่กับตัวเอง ว่ากำลังทำอะไรอยุ่ แล้วเปนการ รวบรวมสมาธิ ทำใจจิตใจไม่ฟุ้งซ่านรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

อยากให้เพื่อนลองนั่งสมาธิดู เช่น วันแรกนั่ง สองนาที ต่อไปก็เพื่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ละนิด ทีละนิด คุณโดยที่ เมื่อเวลานั่งแล้ว สมาธิฟุ้งซ่านคิดไปนู้นไปนี่
ให้คุณหยุดนั่งลืมตาก่อนแล้วบอกกับตัวเองว่า กำลังทำอะไรอยู่ แล้วคิดถึงเรื่องอ่ะไร แล้วจะหยุดการคิดนั้นได้ยังไง
ซึ่งความคิกที่เกิดขึ้นนั้น ก็คือกิเลส ความอยากมี อยากได้ กิเลสไม่ได้มีเท่านี้ยังหมายกึง ความโลภ ความโกรธ ความหลง หลงในรูปรส กลิ่น สิ่ง
ท่านพุททาส กล่าวว่าการมีชิวิตคือ การที่ใจ และกาย สดชื่ออยู่ ตลอดเวลา ไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆ เช่นความกระวนกระวาย ความไม่พอใจความไม่พอดี เช่นไม่มีอะไร ก็กระวนกระวายอยากได้ พอมีแล้วก้อกระวนวายที่ จะให้คนอื่นมายืม ชีวิตไม่มีความพอดี

หลายท่านคงคิดว่าผมบ้าไปแล้วมาบ่นอะไรให้ฟัง
ขอจงตาสว่างเสียทีเถิด อยากให้พวกคุณลองนั่งสมาธิดูเท่านั้นอย่างน้อยวันละ 3 นาที แล้วคุณจะได้อะไร มามายกว่าที่คิด ยิ่งทำทุกวันทำก่อนนอ จะทำให้ท่านนอนหลับ เต็มอิ่มสบาย

อ่อแล้วอย่าลืมแผ่เมตตา ด้วยเพราะบุญจากการนั่งสมาธินั้นมีอนิสงค์แรง
บางคนอาจจะไม่เชื่อ เรื่องผี บางคนคิดว่า คนเราเกิดชาติเดียวตายชาติเดียว
จะทำไปทำไม แล้วคนที่บอกเคยเห็นนรกหรือว่าสวรรค์หรือ ที่นำมาพูด ตัวเองยังไม่เคยเห็นจริงแล้วนำมาพูด
ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อนะคับ ของแบบนี้ แต่บอกไว้ก่อนว่าเรื่องเวรกรรมมีจริง การนั่งสมาธิแล้ว แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นเป็นสิ่งที่ดี

การนั่นสมาธินั้นทำได้ง่ายๆ แต่หลับตา โดยที่เราไม่เสียอะไรซักอย่างกลับมีแต่รับเข้ามามากมาย

สุดท้ายนี้ถ้าท่านใด สงสัย หรือไม่ ชอบ ด้วยประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย หลายคนอ่านแล้วอาจจะด่า ผมว่า คุณไปบวชไปมาบ่นทำไมให้ฟัง
ที่มาบอกให้ ฟังก็แค่อยากให้ ทุกคนใส่ใจในเรื่องจริยธรรมศีลธรรมกันบ้าง บางการกระทำไม่ขัดต่อหลักกฏหมาย แต่ก็ขัด กับ หลักจริยธรรม

 
                                                                                       คิงคองน้อย


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: สายใย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 08:04:PM

ขออนุโมทนา....

เห็นด้วยครับ...
ถ้าใครอยากเห็นต้องลองทำดู

ถ้าไม่ลงไปในน้ำ...ก็ไม่มีทาง ว่ายน้ำเป็น หร็อกครับ

ป.ล. หัดขี่จักรยานก็ด้วย ...


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: พิกุลแก้ว ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 08:45:PM
(http://www.vcharkarn.com/uploads/169/169755.jpg)

นั่งสมาธิ...แล้วฟุ้งซ่านคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
ก็ขอให้เรารู้..สักแต่ว่า..รู้ เรื่อยๆไป ว่ามันเป็นเช่นนี้ เช่นนั้น แล้วมันก็หมุนเวียนเปลี่ยนกันไป
 นั่นเพราะทุกสิ่ง มีเกิดมีดับเป็นธรรมดา
ความเป็นธรรมดาเหล่านี้เราจะเข้าใจ ก็เมื่อเราปฏิบัติ
และเมื่อเข้าใจแล้ว จะเกิดสมาธิ ความสงบของจิตใจ..เกิดความปิติ
ความคิดมันจะเข้าที่เข้าทางเองโดยอัตโนมัติ หรือ โดยธรรมดานั่นเอง

คงไม่ว่าอะไรนะค๊ะ หากพิกุลขอร่วมแจมด้วย 

 อนุโมทนาค่ะคุณคิงคองน้อย emo_12


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 08:59:PM
อืมคับไม่ว่าอะไรหรอกคับ กลับดีใจซะอีกที่ ร่วมกัน จรรโลงใจผู้คน

ผมเชื่อนะคับว่าคนเราน่ะ ไม่มีใครดีไปซะทุกอย่างหรอกคับ มันต้องมีที่ไม่ดีบ้าง

แล้ว คิดว่าความสุขในชีวิตคืออะไรคับ ในความคิดของแต่ล่ะคนผมอยากรู้
สำหรับผม ความสุขคือ ได้ทำเพื่อคนอื่นมากกว่าคับ ยิ่งทำให้คนอื่นมีความสุขมากเท่าใดผมก็มีความสุขด้วย
การที่เราทำอะไรเพื่อคนอื่น ทำให้เราสบายใจ รู้สึก ประทับใจกับเรื่องนั้นๆ ที่เราได้ทำ

ผมเชื่อนะว่าถ้าคนเรารู้จักการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ชีวิตจะมีความสุข เพราะเรารู้จักแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่น
ทำให้มีมีความตระหนี่

                                               สำหรับท่านใดที่มีข้อคิดในการดำเนินชีวิตดีดี ก็แบ่งปันกันได้นะคับ
                                                    หวังว่าคามหวังดีนี้จะขยายต่อออกไปเรื่อย ๆ จาก หนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นสิบ แล้วต่อไปอีกเรื่อยๆ


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: ชมพูไพร ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 10:09:PM
พอจะแนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ไหมคะ ที่เงียบๆสงบๆน่ะค่ะ ไม่ใช่สถานที่คนไปเยอะๆแล้วไปคุยกันน่ะค่ะ


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: บ้านกลอนไทย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 10:20:PM
พอจะแนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ไหมคะ ที่เงียบๆสงบๆน่ะค่ะ ไม่ใช่สถานที่คนไปเยอะๆแล้วไปคุยกันน่ะค่ะ

จะเขาวัดซะงันนะแม่นาง
แสดงว่ามีเรื่องไม่สบายใจ....
พาหลานลุงสายใยเขาไปด้วยสิ น่าจะดี หุหุ

แล้วที่จังหวัดเลย ไม่มีวัดดีดีแนะนำบ้างเหรอครับ

   emo_12


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 10:27:PM
การบฏิบัติธรมนั้นไม่จำเปนต้องทำที่สภานที่ปฏิบัติธรรมหรอกคับ ทำที่บ้านก็ได้ ขอแค่มีความเงียบสงบไม่ใช่กลางเมืองหลวง

ที่เชียงใหม่ก็มีหลายที่อ่ะคับ แต่ที่เห็นเค้าไปกันมากมาก คือวัดร่ำเปิง วันนี้ คนไทย ฝรั่ง ต่างไปนั่งวิปัสนากรรมฐาน กานอ่ะคับ

แต่สำหรับผมนะ ผมก็ใช่ชีวิตปกตินะคับ แต่ จะ นั่งสมาธิก่อนนอนอ่ะคับ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ทำเลย เพราะพึ่งสึก บวชให้พ่ออ่ะนะคับพ่อพึ่งเสีย


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 10:49:PM
อืมคับ ก็ขอแค่เป็นคนดีอยากที่ท่านตั้งใจไว้ก็พอคับ

อืมคืนนี้ก็ว่าจะนั่งสมาธิอ่ะนะคับ แต่ไม่รู้จะไหวไหมนะคับ เพราะเลิกงานเที่ยงคืน เคลียร์เงิน เดินทางกลับบ้าน อาบน้ำก้อ ปาไปตีหนึ่งแระคับ แต่ก็จะ พยายามนั่งซัก 2-3 นาทีก่อนนะ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ท่าน

ซึ่งผมได้ฟังเพลงนี้เมื่อไหร่ต้องร้องไห้ทุกที ไม่ใช่เพลงอะไรหรอกคับ เพลงอิ่มอุ่น เพื่อนๆ ลง หลับตานึกถึง พ่อแม่ แล้ว ฟังเพลงนี้ดูแล้วคิดตาม

อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

 วาเลนไทน์นี้อย่าลืมมอบความรักให้กับท่านก่อนที่ท่านจะไม่อยู่ให้เรามอบความรักเหมือนผมนะคับ
ผมคิดมาตลอดเลยนะว่าพ่อยังแข็งแรงไม่เป็นอะไรเลยไม่ได้ดูแล ตอบแทนพระคุณท่านเท่าที่ควร

ผมได้ซักผ้าของท่านเป็นครั้งแรกแระครั้งสุดท้ายก็เมื่อตอนที่ท่านจากไปแล้ว
ทุกวันนี้ได้แต่โทษตัวเอง เพราะยังไม่ได้ทำอะไรตอบแทนพระคุณท่าน นอกจากนั่งสมาธิ อุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านบ่อยๆ และทำบุญให้ท่านบ่อยๆ


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: พิกุลแก้ว ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 01:58:AM
emo_12 เอาเถิดหนา อดีตผ่านไปแล้ว ... ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ผิดพลาดเกิดกับตนทั้งสิ้น
และคงไม่มีใครยินดีกับมัน.......ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าที่เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับใครหลายๆคนที่ยังมีโอกาส
หนทางที่ท่านกำลังก้าวเดิน....เป็นสิ่งประเสริฐแน่แล้ว

(http://www.whenifallinlove.net/diary/images_icon/icon/house4.gif)

แม้การวิปัสนา....จะเกิดบุญกุศลอันสูงส่ง
แต่ในชีวิตปัจจุบัน ซึ่งเราเป็นปุถุชนคนธรรมดาสามัญ ยังต้องทำงานอยู่
ซึ่งทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับเพศบรรพชิต ( ไม่รู้ใช้คำถูกไหม? อิอิ )
การทำความดี สร้างบุญกุศล มีหลายแบบหลายอย่าง
แต่ทุกสิ่งอย่าง เหล่านั้น ....จะส่งผลดีแค่ไหน ย่อมขึ้นอยู่กับเจตนาผุ้กระทำเป็นหลัก

หากกระทำเพื่อหวังผล ... ว่าต้องได้นั่นได้นี่ มันก็ไม่แคล้ว...การดื่มกินตัณหาเข้าไป
อยากมี อยากได้ อยากเป็น .... การทำบุญเพราะมีเงื่อนไข...
แต่แล้วใย..."ผลกรรม" ไม่ยักกะมีเงื่อนไขกะบรรดามนุษย์เช่นเรา

(http://www.kaweeclub.com/link/2%20(101).gif)


ถึงคุณชมพูไพร เข้าไปตามลิงค์นี้นะคะ  คือสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เป็นที่นิยมที่สุด 56 แห่ง
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1912&sid=6b5047346702912507ec58f5b93b749d (http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1912&sid=6b5047346702912507ec58f5b93b749d)




หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: บ้านกลอนไทย ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 02:34:AM
การบฏิบัติธรมนั้นไม่จำเปนต้องทำที่สภานที่ปฏิบัติธรรมหรอกคับ ทำที่บ้านก็ได้ ขอแค่มีความเงียบสงบไม่ใช่กลางเมืองหลวง

ที่เชียงใหม่ก็มีหลายที่อ่ะคับ แต่ที่เห็นเค้าไปกันมากมาก คือวัดร่ำเปิง วันนี้ คนไทย ฝรั่ง ต่างไปนั่งวิปัสนากรรมฐาน กานอ่ะคับ

แต่สำหรับผมนะ ผมก็ใช่ชีวิตปกตินะคับ แต่ จะ นั่งสมาธิก่อนนอนอ่ะคับ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ทำเลย เพราะพึ่งสึก บวชให้พ่ออ่ะนะคับพ่อพึ่งเสีย



อ่านแล้วไม่มีคำบรรยายครับท่านพี่ ขอเป็นหนึ่งเสียง
เป็นกำลังใจให้ครับ...สู้ๆ


  emo_12

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_014.gif)


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: ปาระ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 01:54:PM
การทำสมาธิหรือการเจริญสตินั้นไม่จำเป็นต้องไปตามสถานที่ปฏิบัติธรรมก็ได้นะคับ
อยู่ที่บ้านหรือทำงานก็ทำได้ตลอดเวลาครับแค่เราตามดูจิตว่าในขณะจิตนั้นเป็นอย่างไร
คอยรู้ความรู้สึกไปเรื่อยๆ คิดก็รู้ว่าคิด โกรธก็รู้ว่าโกรธ ทำอะไรก็รู้อย่างนั้นไปเรื่อย
แค่นี้ก็เป็นการเจริญสติแล้วคับ(ไม่ใช่เป็นการคิดไปเองนะคับ)
http://www.youtube.com/v/jwMV9VStQFw
 (http://www.youtube.com/v/jwMV9VStQFw)


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 06:26:PM
ในเวลาที่ทำสมาธินั้น เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคน เป็นอาการแบบผมไหม พอผมนั่งไปซักพัก เมื่อจิตกำลังจะนิ่งสงบ อยู่ก็เหมือนมีอะไรมา ตอมที่หน้า หรือไม่ก็รู้สึก คันที่หู คันที่ต่างๆ ในร่างกาย ผมเคยภามพระอาจาร์ย ว่าเป็นเพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น ท่านบอกว่าเป็นเพราะ มาร ในร่างกายหรือกิเลสจะคอยต่อต้านไม่ให้ทำบุญ

เพื่อนๆ พี่ๆว่า มารมี จริงไหม คับ


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: ชมพูไพร ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 08:30:PM
เชื่อว่ามารมีจริงค่ะ บางทีจะได้ยินเสียงแปลกๆในขณะที่เราหลับตา เมื่อจิตเริ่มนิ่ง


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 08:39:PM
อืม คับผม

ตอนนี้ผมก็ ศึกษาเรื่องนั่งสมาธิมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมกหมุ่นกับกานนั่งสมาธิ ผมชอบคำพูดของกระทู้ อะไรไม่รู้ที่ตอบว่า


(http://www.kaweeclub.com/link/2%20(101).gif)


ถึงคุณชมพูไพร เข้าไปตามลิงค์นี้นะคะ  คือสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เป็นที่นิยมที่สุด 56 แห่ง
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1912&sid=6b5047346702912507ec58f5b93b749d (http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1912&sid=6b5047346702912507ec58f5b93b749d)[/center]



[/quote]

ผมว่า มันเป็นเรื่องจริง ขอให้เราทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ เหมือนกับเราทำบุญ ถ้าเราหวังอานิสงค์ จากผมบุญนั้น ก็จะไม่เกิดผม แต่ผิดกับคนที่อนุโมทนาบุญ อนุโมนนาด้วย จิตรบริสุทธิ์ นั้น ผมเชื่อว่า คงจะมีความสุขมากกว่า


                                                                 คิงคองน้อย


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: พิกุลแก้ว ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 09:34:PM
อ้างถึง
ผมว่า มันเป็นเรื่องจริง ขอให้เราทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ เหมือนกับเราทำบุญ ถ้าเราหวังอานิสงค์ จากผมบุญนั้น ก็จะไม่เกิดผม แต่ผิดกับคนที่อนุโมทนาบุญ อนุโมนนาด้วย จิตรบริสุทธิ์ นั้น ผมเชื่อว่า คงจะมีความสุขมากกว่า
( คุณคิงคองน้อย )

ท้ายที่สุดแล้ว ความสุข มันก็อยู่ที่ใจ  อยู่ใกล้ๆ เท่านี้เอง   แต่คนส่วนมาก มักจะมองไปไกลเกิน  เหมือนเดินทาง มองแต่ทางข้างหน้า หาแต่แผนที่ เตรียมแต่เสบียง แต่ไม่ได้มองเท้าตัวเองเลย เผลอๆ จะสะดุดหกล้มหน้าทิ่มเอา ...เน๊อะ emo_12

มีทุกอย่างอยู่ครบ แต่เท้าเจ็บ ก็ปายต่อบ่ได้.......แย่จัง อิอิ++ ( แอบอารมณ์ดีนิดนุง )



หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 09:57:PM
อืม คุณพิกุลแก้วพูดถูกมากมากคับ ว่าความสุขไม่อยู่ไกลเลย อยู่ ที่ใจ ใกล้ตัวเรานี่เองแต่หลายคนกลับมองไม่เห็น

อย่างที่มีคนเคยพูดว่าทุกข์สุขอยู่ที่ใจ


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: สุภาพบุรุษทรชน ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 10:32:PM


สูงขึ้นไป…สูงขึ้นไปใจบริสุทธิ์
ธรรมะหยุดกงกรรมทำทุกข์เข็ญ
สมาธิจะเกิดเถิดบำเพ็ญ
นำทางเว้นห่างทุกข์สุขนิรันดร์

............................


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: สุวรรณ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010, 12:24:AM
เหตุของใจอันงามในยามท้อ
คือการได้ถักทอถ่อจิตมั่น
มุ่งแน่วแน่แค่บ่มอารมณ์กัน
สร้างสมาธินั้นขึ้นกลางใจ

เกิดเป็นผลดลให้หายเหนื่อยล้า
พบปัญญาพาสุขพิสุทธิ์ใส
สู่ชีวิตที่ดีทุกยามไป
ด้วยดวงใจสงบพบทางธรรม


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: คิงคองน้อย ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010, 08:34:AM
เช้านี้ ตื่นมาด้วยความสดชื่น เพราะเมื่อคืนได้นั่งสมาธิก่อนนอน ทำให้หลับสบายเลย สมาธินั่งต่างจากวิปัสนา สมาธิคือการตั้งจิตร
วิปัสนาคือการอธิฐานจิตร หลายคนมักเข้าใจว่า ทั้งสองสิ่งนั้นคือสิ่งๆ เดียวกัน แต่ ในทางกลับกันถ้าเรามุ่งมั่นที่จะนั่งวิปัสนามากเกินไปก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถ หลุดพ้นได้เพราะยังยึดติดกับ การที่จะให้ หลุดพ้น นั่นล่ะคือกิเลส ความอยาก อยากที่จะหลุดพ้น  การนั่งสมาธินั้น เป็นการบริหารจิตรให้เป็นปกติ สามารถรับรู้ว่า มีอะไรเกิดอะไรดับ และ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร


                                                                                  คิงคองน้อย


หัวข้อ: Re: การทำสมาธิ
เริ่มหัวข้อโดย: พิกุลแก้ว ที่ 01 มีนาคม 2010, 01:41:AM
 emo_12
เราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า
มนุษย์...มักจะมาศึกษาธรรมเพื่อดับทุกข์  เพื่อนั่น เพื่อนี่ ... เพราะมนุษย์ ยังมีกิเลสตัณหาอยู่มาก   ไม่ได้อย่างนั้น ขออย่างนี้   มันเป็นเรื่องธรรมดา
ผู้ศึกษาอย่างจริงจังแล้ว และปฏิบัติ ไปสู่ระดับหนึ่ง...ย่อมต้องการที่จะหลุดพ้น และพัฒนาไปสู่อีกระดับ..นั่นคือความอยาก....แต่นี่แหละ คือหนทางของการหลุดพ้นล่ะ
เรียนรู้และศึกษาพร้อมเข้าใจ....ก็เพื่อไปสู่ความไม่รู้  นั่นคือ การวางอุเบกขา.....มันก็เริ่มต้นมาจากการ พิจารณาสิ่งเกิดๆดับๆ ให้เห็นความเป็นธรรมดา ว่ามันเป็นเช่นนั้น....เราต่างก็เริ่มต้นด้วยความอยากทั้งสิ้น....แต่อยู่ที่ผลว่า...เราปฏิบัติ และเข้าใจลึกซึ้ง ได้แค่ไหน รับมันมาได้แค่ไหน เมื่อรู้แล้ว เราทำได้แค่ไหน....บางคน มีปัญญาแก่กล้า แต่ปฏิบัติไม่ได้ก็มี....เข้าข่ายว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด   emo_10